เกี่ยวกับเรา
เกี่ยวกับเรา › นักบุญซาเลเซียน › ยอแซฟ คอวัลสกี
ยอแซฟ คอวัลสกี
12 มิถุนายน: ระลึกถึง (ระลึกถึงไม่บังคับ สำหรับคณะธิดาแม่พระฯ และคณะสตรีฆราวาสฯ)
ยอแซฟ คอวัลสกี เกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 1911 ณ เมืองเซียดลิสกา (เซสซอร์ฟ) ประเทศโปแลนด์ ท่านเป็นบุตรคนที่ 7 ในบรรดาพี่น้อง 9 คน ของนายวอย เชียค และนางโซเฟีย โบโรเวียค บิดามารดาของท่านเป็นชาวสวน และเป็นคาทอลิกที่ปฏิบัติศาสนกิจ
เมื่อท่านเรียนจบชั้นประถมศึกษา ในปี ค.ศ. 1923 บิดามารดาได้ส่งท่านไปเรียนในโรงเรียนซาเลเซียนที่เมืองออสเวียคิม ที่นั่นท่านรู้สึกประทับใจในระบบการศึกษาและการแพร่ธรรม ท่านปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างดี ท่านเรียนเก่ง ขยัน มีนิสัยร่าเริง และพร้อมที่จะช่วยเหลือทุกคน ท่านได้เป็นสมาชิกของชมรมแม่พระนิรมล และชมรมธรรมทูต ภายหลังท่านได้เป็นประธานชมรมธรรมทูต และได้แสดงความสามารถในการนำกลุ่มจัดงานฉลองเกี่ยวกับศาสนาและงานฉลองอื่นๆ เพื่อนๆ มักเรียกท่านว่า “นักบุญองค์น้อย”
ตั้งแต่วัยเยาว์ ท่านได้จดบันทึกสิ่งต่างๆ ไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัว ซึ่งสะท้อนให้เราเข้าใจชีวิตจิตของท่าน เมื่ออายุ 15 ปี ท่านได้บันทึกข้อตั้งใจของท่านเกี่ยวกับการอ่านหนังสือไว้ตอนหนึ่งว่าดังนี้ “จะอ่านหนังสืออย่างพินิจพิเคราะห์ รำพึงถึงความคิดของผู้เขียน นำมาเปรียบเทียบกับชีวิตของตน เพราะว่าไม่มีอะไรที่น่าอับอายไปกว่าการมองโลกใบนี้ด้วยสายตาของคนอื่น”
ขณะที่เรียนในโรงเรียนซาเลเซียน ณ เมืองออสเวียคิมนั้น ท่านได้ตัดสินใจเข้าเป็นซาเลเซียน เพื่อเจริญชีวิตตามพระพรพิเศษของคุณพ่อบอสโกบิดาที่รักยิ่งของท่าน
ท่านได้ปฏิญาณตนชั่วคราวในปี ค.ศ. 1928 ณ เมืองเชร์วินซ์ และได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1938 ณ เมืองคราโคเวีย คุณพ่อเจ้าคณะได้มอบหมายให้ท่านเป็นเลขานุการเจ้าคณะ
คุณพ่อคอวัลสกีได้เจริญชีวิตของท่านตามแนวทางชีวิตจิตซาเลเซียน ท่านมีความศรัทธาต่อศีลมหาสนิทและพระแม่มารีย์ ท่านได้มอบถวายความตั้งใจที่จะเป็นนักบุญไว้ในความคุ้มครองของพระแม่ ท่านบันทึกไว้ว่า “ข้าแต่พระแม่มารีย์ ลูกต้องเป็นนักบุญ เพราะว่าสิ่งนี้เป็นจุดหมายของชีวิตของลูก ลูกไม่ต้องการพูดว่าลูกได้ก้าวหน้ามามากแล้ว ลูกจะไม่พูดว่าลูกได้ก้าวหน้าเพียงพอแล้ว ข้าแต่พระแม่ โปรดอย่าให้ความคิดที่จะเป็นคนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งส่องสว่างอยู่ในจิตใจของลูกในขณะนี้จางหายไปเลย แต่ตรงกันข้าม โปรดให้ชัดเจนมากขึ้น โปรดให้มีพลังและสว่างสุกใสดังดวงอาทิตย์ด้วยเถิด”
ท่านมีชีวิตที่สนิทสัมพันธ์กับพระเยซูเจ้าอย่างแน่นแฟ้น ท่านบันทึกไว้ว่า “ข้าแต่พระเยซูเจ้า ผมขอถวายทุกสิ่งแด่พระองค์ ผมขอถวายดวงใจของผมแด่พระองค์ ดวงใจที่ปรารถนาจะรักพระองค์มากที่สุด ผมขอมอบชีวิตของผมทั้งครบแด่พระองค์ ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดอย่าให้ผมต้องเหินห่างจากพระองค์ด้วยการทำเคืองพระทัยพระองค์แม้จะเป็นเพียงบาปเบาก็ตาม ผมต้องเป็นซาเลเซียนที่ศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับที่คุณพ่อบอสโกบิดาของผมเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์”
ชีวิตที่มุ่งมั่นสู่ความศักดิ์สิทธิ์ทำให้ท่านปรารถนาที่จะมอบชีวิตเพื่อพระคริสตเจ้า ท่านอุทิศตนทำงานแพร่ธรรม แม้ว่าท่านจะมีงานมากและสุขภาพไม่ค่อยดีก็ตาม ท่านมีพรสวรรค์ทางด้านดนตรีและมีเสียงที่ไพเราะ ท่านรับผิดชอบดูแลกลุ่มนักขับร้องที่เป็นเยาวชนของวัดจึงทำให้พิธีกรรมมีความสง่างามและชวนศรัทธา นอกนั้น ท่านยังสามารถ ทำงานท่ามกลางเยาวชนที่มีปัญหาอีกด้วย
ในขณะนั้น ประเทศโปแลนด์อยู่ภายใต้การปกครองของประเทศเยอรมนี จึงมีคำสั่งห้ามจัดกิจกรรมอบรมเยาวชน แต่ซาเลเซียนก็ยังคงจัดกิจกรรมดังกล่าว
วันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1941 พวกเกสตาโปได้จับคุณพ่อยอแซฟ คอวัลสกี และซาเลเซียนอื่นๆ อีก 11 คน และนำไปขังคุกมอนเตลูปิค ในเมืองคราโคเวีย ต่อมาในวันที่ 26 มิถุนายน พวกเขาได้ส่งท่านไปอยู่ในค่ายกักกันเอาซ์วิช เป็นนักโทษหมายเลข 17350
พวกนาซีได้ทรมาน ดูถูกเหยียดหยามและไม่ให้เกียรติท่าน ในที่สุดพวกเขาสั่งให้ท่านเหยียบสายประคำซึ่งท่านก็ได้ปฏิเสธ จึงทำให้ท่านถูกฆ่าในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1942 ณ ค่ายกักกันเอาซ์วิช ศพของท่านถูกเผาทิ้ง ณ ค่ายกักกันนั้นเอง
ในระหว่างที่อยู่ในค่ายกักกัน ท่านได้ทำการแพร่ธรรมแบบลับๆ ท่านได้ฟังแก้บาป ถวายมิสซา สวดสายประคำ ให้การอบรม และพูดเกี่ยวกับคุณพ่อบอสโก กิจกรรมเหล่านี้เป็นกิจกรรมต้องห้าม แต่เป็นกิจกรรมที่ทำให้นักโทษที่อยู่ในค่ายกักกันนั้นมีความเข้มแข็งและมีแรงต่อสู้กับชีวิตที่ยังเหลืออยู่ การที่ท่านได้เชิญชวนนักโทษให้สวดภาวนาสำหรับผู้ที่ทรมานพวกเขาแสดงให้เห็นว่าท่านมีชีวิตจิตที่ลึกซึ้ง ท่านได้บันทึกไว้ในสมุดบันทึกเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1930 ท่านเขียนด้วยเลือดว่าดังนี้ “รับทรมาน และพลีชีวิต” เป็นคำพูดที่แสดงความปรารถนาจะร่วมส่วนในพระทรมานของพระคริสตเจ้าอย่างแท้จริง
ในขณะที่ท่านถูกจองจำอยู่ในคุก ท่านได้เขียนจดหมายถึงบิดามารดาของท่าน ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1942 มีข้อความตอนหนึ่งว่า “คุณพ่อคุณแม่อย่าเป็นห่วงผมเลย ผมอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า... ผมอยากให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจว่า พระองค์ทรงช่วยผมในทุกย่างก้าวของชีวิต แม้กระทั่งในเหตุการณ์ปัจจุบัน ผมรู้สึกมีความยินดีและมีความสงบ ผมมั่นใจไม่ว่าผมจะอยู่ที่ใดและไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมาจากพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้า พระองค์ทรงนำทุกชาติและทุกคนอย่างถูกต้องที่สุด”
การพลีชีวิตของคุณพ่อคอวัลสกีทำให้มีกระแสเรียกจำนวนมากมาจากหมู่บ้านของท่าน เมื่อวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1972 สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งพระคาร์ดินัลประจำเมืองคราโคเวีย ได้เสด็จเยี่ยมวัดซาเลเซียนที่คุณพ่อคอวัลสกีเคยประจำอยู่ พระองค์ตรัสในบทเทศน์ของพระองค์ตอนหนึ่งว่า “เรามั่นใจว่าคำภาวนา ความเสียสละของพี่น้องชายหญิงและของคุณพ่อเจ้าวัดในอดีต ได้ช่วยในกระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์ของเรา เราอยู่ที่วัดนี้ตั้งแต่เล็ก คุณพ่อเจ้าวัดเหล่านั้นได้เสียสละชีวิตและหลั่งเลือดเป็นมรณสักขี เพื่อชีวิตคริสตชนและเยาวชนแต่ละคน”
สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ทรงประกาศแต่งตั้งท่านและมรณสักขีชาวโปแลนด์อีก 108 องค์ (พระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวชชาย-หญิง และฆราวาส) ที่ถูกฆ่าจากพวกนาซีในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 เป็นบุญราศี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1999 ณ เมืองวาร์ซาเวีย ประเทศโปแลนด์
ในบรรดามรณสักขีชาวโปแลนด์เหล่านี้ มีเยาวชนจำนวน 5 คน จากศูนย์เยาวชนซาเลเซียน แห่งเมืองโปสนันด้วย คือ
1. เอ็ดเวิร์ด คลินิก
2. ฟรังซิส คีซี
3. จาโรเนียฟ วอยเชคอฟสกี
4. เชสเลา โจสเวียค
5. เอ็ดเวิร์ด คาสเมียสกี





