เกี่ยวกับเรา
เกี่ยวกับเรา › นักบุญซาเลเซียน › หลุยส์ วาเรียรา
หลุยส์ วาเรียรา
15 มกราคม : ระลึกถึงบุญราศีหลุยส์ วาเรียรา
หลุยส์ วาเรียรา เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม ค.ศ. 1875 ณ เมืองเวียริจี (อัสตี) ประเทศอิตาลี ในปี 1856 คุณพ่อบอสโกได้ไปเทศน์ที่เมืองนั้น และได้รู้จักกับบิดาของหลุยส์ซึ่งเป็นนักดนตรีของวัด ภายหลังบิดาของท่านได้มอบท่านให้อยู่ในความดูแลของคุณพ่อบอสโก ท่านจึงได้ไปเรียนที่วัลดอกโก เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1887 หลังจากนั้นอีก 4 เดือน คุณพ่อบอสโกก็ได้เสียชีวิต การรู้จักคุณพ่อบอสโกแม้เพียงระยะเวลาอันสั้น แต่ก็เป็นที่ประทับใจของท่านจนตลอดชีวิต
ท่านเล่าให้ฟังว่า บ่ายวันหนึ่งในฤดูหนาว ขณะที่เรากำลังเล่นอยู่ในสนามของศูนย์เยาวชน มีคนตะโกนว่า 'คุณพ่อบอสโก คุณพ่อบอสโก' แล้วทุกคนก็วิ่งไปหาบิดาที่ดีของเราที่กำลังจะขึ้นรถม้า ผมแหวกผู้คนเพื่อเข้าไปยังที่ที่คุณพ่อบอสโกกำลังจะขึ้นรถม้า ในขณะที่เพื่อนๆ ของผมต่างพยายามหาตำแหน่งที่ใกล้ที่สุด ผมก็สามารถยืนอยู่ท่ามกลางพวกเขาและมองเห็นคุณพ่อบอสโก เป็นช่วงเวลาที่คนกำลังพยุงท่านขึ้นรถม้า ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่มีโอกาสอยู่ใกล้ท่านและพยายามที่จะอยู่ใกล้ท่านให้มากที่สุด ทันใดนั้น คุณพ่อบอสโกมองมาที่ผมด้วยท่าทางใจดีที่สุดและสายตาของท่าน ทำให้ผม อยากมองท่าน ผมไม่รู้ว่าจะบรรยายความรู้สึกของผมในขณะนั้นได้อย่างไร สำหรับผม แล้ว วันนั้นเป็นวันที่ผมมีความสุขมากที่สุดวันหนึ่งในชีวิตของผม ผมมั่นใจว่าผมได้จ้อง มองนักบุญที่แท้จริงองค์หนึ่ง และนักบุญองค์นั้นได้อ่านใจของผมในเรื่องที่พระเจ้ากับท่านเท่านั้นที่รู้
ท่านได้สมัครเป็นซาเลเซียนและเข้านวกสถานเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 1891 หลุยส์ วาเรียรา ได้เรียนวิชาปรัชญาศาสตร์ ณ เมืองวัลซาลิเช ณ ที่นั้นท่านได้รู้จักกับ คุณพ่อแอนดรูว์ เบลตรามี ในปี ค.ศ. 1894 คุณพ่ออูเนีย ผู้เป็นธรรมทูตในประเทศโคลอมเบีย และกำลังเริ่มงานสำหรับคนโรคเรื้อนได้มาเยี่ยมพวกเณร คุณพ่อวาเรียรากล่าวในภายหลังว่า คุณ คงจะจินตนาการได้ว่าผมแปลกใจ และยินดีมากขนาดไหนเมื่อคุณพ่อมองมาที่ผมและพูดว่า งานนี้เป็นงานของผมทั้งๆ ที่เพื่อนอีก 188 คนก็มีความใฝ่ฝันอยากจะทำงานนี้เช่นเดียวกัน
หลุยส์ วาเรียรา ได้ไปถึงเมืองอักวา เด ดีโอส เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1894 ในนิคมคนโรคเรื้อนนั้น มีผู้อาศัยอยู่ประมาณ 2,000 คน ในจำนวนนี้ 800 คนเป็นคน โรคเรื้อน ท่านได้ทุ่มเทให้กับงานแพร่ธรรม ท่านได้จัดตั้งวงโยธวาทิต โดยเริ่มแสดงเป็น ครั้งแรกต่อหน้าประธานาธิบดีของประเทศโคลอมเบีย ประธานาธิบดีรู้สึกตื้นตันใจมาก ที่เห็น เมืองแห่งความโศกเศร้า กลับมีชีวิตชีวา เป็นครั้งแรกที่พวกเขามีบรรยากาศของงานฉลอง
ในปี ค.ศ. 1898 ท่านได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ และเป็นพระสงฆ์ซาเลเซียนองค์แรกที่บวชในประเทศโคลอมเบีย ต่อมาไม่นาน ท่านได้พิสูจน์ตนเองว่าเป็นผู้นำ วิญญาณที่ดีที่สุดคนหนึ่ง
ณ บ้านของซิสเตอร์แห่งพระญาณเอื้ออาทร ในเมืองอักวา เด ดีโอส มีชมรมธิดา แม่พระและมีสมาชิกประมาณ 200 คนท่านเป็นผู้ฟังแก้บาปของพวกเขา และหลังจาก นั้นไม่นาน ท่านพบว่า เด็กหลายคนของชมรมนี้มีกระแสเรียกในการเจริญชีวิตนักบวช แต่ความฝันของพวกเขามิอาจเป็นจริงได้เลย เพราะไม่มีคณะใดรับลูกของคนโรคเรื้อน เข้าคณะ และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ เด็กบางคนเป็นโรคเรื้อนด้วย ท่านจึงเริ่มโครงการซึ่ง ยากที่จะเป็นไปได้ โดยจัดตั้งคณะนักบวชเป็นคณะเดียวในพระศาสนจักรที่รับแม้กระทั่งคนโรคเรื้อนเป็นสมาชิก ปัจจุบันคณะธิดาดวงพระทัยของพระเยซูเจ้าและพระแม่มารีย์ (Daughters of the Sacred Hearts of Jesus and Mary) มีสมาชิกทั้งหมด 600 คน หลุยส์ได้กลับเป็นผู้ร้อนรนมากขึ้นๆ ในงานแพร่ธรรมของท่าน วันหนึ่งท่านพบว่าตัวท่านเป็นโรคเรื้อนด้วย เมื่อมีคนบอกท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านก็ได้แต่พูดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมาจากพระเจ้า และทุกสิ่งทุกอย่างก็จะกลับไปหาพระเจ้า (Everything comes from God and everything goes to God) ผู้ใหญ่ได้ขอร้องท่านให้แยกไปอยู่ตามลำพัง ห่างไกลจากซิสเตอร์และผู้ป่วยที่ ท่านรัก ในปี ค.ศ. 1921 ท่านย้ายไปอยู่ที่เมืองตารีบา ประเทศเวเนซูเอลา แต่อากาศที่นั่นทำให้สุขภาพท่านทรุดลงอย่างรวดเร็ว ท่านจึงได้ย้ายไปที่เมืองกูกูตา ประเทศโคลอมเบีย และได้เสียชีวิตที่นั่น เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1923 รวมอายุได้ 48 ปี เป็นพระสงฆ์ได้ 24 ปี
ปัจจุบัน ศพของท่านอยู่ในวัดของซิสเตอร์คณะธิดาดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า และพระแม่มารีย์ ในเมืองอักวา เด ดีโอส สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ทรงประกาศแต่งตั้งท่านเป็นบุญราศี เมื่อวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 2002 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี





