เกี่ยวกับเรา
เกี่ยวกับเรา › นักบุญซาเลเซียน › สมเด็จพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 9
สมเด็จพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 9
7 กุมภาพันธ์: ระลึกถึง บุญราศีปีโอ ที่ 9 พระสันตะปาปา
สมเด็จพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 9 มีพระนามเดิมว่า “ยอห์น มารีย์ มัสตาอี แฟร์เร็ตตี” ท่านเกิดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1792 ณ เมืองซีนีกาเยีย ประเทศอิตาลี ท่านเป็นบุตรของเคาท์เยโรม แฟร์เร็ตตี และกาทารีนา โซลลัซซี เป็นบุตรคนที่ 9 ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1803-1808 ท่านเป็นนักเรียนอยู่ในวิทยาลัยของชนชั้นสูงที่เมืองโวลแตร์รา ท่านปรารถนาที่จะเป็นพระสงฆ์ จึงไปเรียนปรัชญาศาสตร์และเทววิทยาที่กรุงโรม แต่ต้องหยุดเรียนระยะหนึ่งเนื่องจากมีความไม่สงบทางการเมือง ในปี ค.ศ. 1814 ท่านเป็นโรคลมบ้าหมู หลังจากที่ได้รับพระพรให้หายจากโรคที่เมืองโลโตแล้ว ท่านได้เรียนเทววิทยาจนจบ และได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ เมื่อวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1819 จากนั้นได้เป็นผู้นำวิญญาณในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่กรุงโรม ในปี ค.ศ. 1823 ท่านได้เดินทางไปเป็นธรรมทูตที่ประเทศชิลี เป็นเวลา 2 ปี และได้กลับมาที่ประเทศอิตาลีในปี ค.ศ. 1825 ในปี ค.ศ. 1827 เมื่ออายุได้ 35 ปี สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 12 ทรงแต่งตั้งท่านให้เป็นพระอัครสังฆราชของสังฆมณฑลสโปเลโต ในปี ค.ศ. 1832 สมเด็จพระสันตะปาปาเกรโกรี ที่ 16 ทรงแต่งตั้งท่านให้ปกครองสังฆมณฑลอีโมลา และในวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1840 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระคาร์ดินัล โดยยังคงปกครองสังฆมณฑลอีโมลาต่อไปจนกระทั่งได้เป็นพระสันตะปาปา ในวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 1846 หลังจากการลงคะแนนครั้งที่ 4 ท่านได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปา ด้วยคะแนนเสียง 36 เสียงจากพระคาร์ดินัลทั้งหมด 50 องค์ ขณะนั้นท่านมีอายุเพียง 54 ปีเท่านั้น ข่าวการเป็นพระสันตะปาปาของพระองค์แพร่ออกไป ทำให้บรรดาคริสตชนมีความยินดี ท่านมีชื่อเสียงในด้านความรักต่อคนยากจน ความใจดี และความเฉลียวฉลาด หลังจากที่พระองค์ทรงเป็นพระสันตะปาปา พระองค์ทรงปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลายอย่างภายในนครรัฐวาติกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้อิสระกับสื่อสิ่งพิมพ์ ให้อิสระแก่ชาวยิว เริ่มใช้รถไฟ และการประกาศบทบัญญัติ แต่ในปี ค.ศ. 1848 พระองค์ทรงประกาศไม่สนับสนุนประเทศออสเตรียให้ทำสงคราม จึงเป็นสาเหตุทำให้พระองค์ทรงถูกเบียดเบียน พระองค์ต้องเสด็จออกจากนครรัฐวาติกัน และประทับอยู่ที่เมืองกาเอตา จนถึงปี ค.ศ. 1850
นักบุญยอห์น บอสโก ได้พบกับสมเด็จพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 9 เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ. 1858 ทั้งสองรู้สึกว่าตนได้พบกับนักบุญ สมเด็จพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 9 ทรงสนับสนุนและทรงนำคุณพ่อบอสโกในการตั้งคณะซาเลเซียน พระองค์ทรงแนะนำคุณพ่อบอสโกให้เรียกคณะที่คุณพ่อจะตั้งขึ้นว่า “สมาคมผู้แพร่ธรรม” (Society) เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ในขณะนั้น พระองค์ยังทรงแนะนำให้สมาชิกของ
คณะถือศีลบน (vows) แต่ไม่ใช่การปฏิญาณตนอย่างสง่า (Solemn Vows) ให้สมาชิกของคณะใช้เครื่องแบบธรรมดาๆ ให้ปฏิบัติกิจศรัทธาอย่างเข้มข้นแต่ไม่ยุ่งยากเกินไป พระองค์ทรงขอให้คุณพ่อบอสโกเขียนประวัติของท่าน เพื่อทิ้งไว้เป็นมรดกฝ่ายจิตสำหรับสมาชิกซาเลเซียน
ในรัชสมัยของพระองค์ พระองค์ทรงอนุมัติพระวินัยของคณะซาเลเซียน ทรงรับรองคณะซาเลเซียน คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ และคณะผู้ร่วมงานซาเลเซียน พระองค์ทรงเป็นสมาชิกคนแรกๆ ของคณะผู้ร่วมงานซาเลเซียน คุณพ่อบอสโกรักสมเด็จพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 9 มาก และยอมรับคำแนะนำทุกอย่างจากพระองค์ แม้คำแนะนำเหล่านั้นจะทำให้ท่านต้องเสียสละมากก็ตาม ท่านกล่าวว่า “พ่อพร้อมที่จะเผชิญความยากลำบากทุกอย่าง เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระสันตะปาปาและพระศาสนจักร” สมเด็จพระสันตะปาปาเองก็ทรงยกย่องคุณพ่อบอสโก และทรงเรียกท่านไปกรุงโรมบ่อยๆ เพื่อขอความช่วยเหลือในเรื่องที่ละเอียดอ่อนบางเรื่อง
สมเด็จพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 9 ทรงเป็นผู้ที่มีความรักและความศรัทธาต่อแม่พระ ในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1854 พระองค์ทรงประกาศข้อความเชื่อเรื่องการปฏิสนธินิรมลของพระแม่มารีย์ต่อหน้าบรรดาพระสังฆราชมากกว่า 200 องค์ นอกนั้นพระองค์ยังทรงมีความศรัทธาต่อดวงพระทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า ในวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 1875 ทรงถวายพระศาสนจักรคาทอลิกแด่ดวงพระทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า ในปี ค.ศ. 1869-1870 ทรงจัดประชุมพระสังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 1 และในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1870 ทรงประกาศให้นักบุญยอแซฟเป็นองค์อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรสากล พระองค์ทรงส่งเสริมชีวิตภายในของพระศาสนจักร ด้วยการกำหนดกฎเกณฑ์ทางด้านพิธีกรรมการฟื้นฟูชีวิตนักพรต และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยการประกาศแต่งตั้งบุญราศี และสถาปนานักบุญเป็นจำนวนมากแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1878 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาเป็นเวลา 32 ปี นานที่สุดในประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักร สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ทรงประกาศแต่งตั้งพระองค์เป็นบุญราศี พร้อมกับสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ที่ 23 เมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2000





